ชื่อวิทยาศาสตร์ : Trichosanthes cucumerina L.
| |
ชื่อสามัญ :
| |
วงศ์ : Cucurbitaceae
| |
ชื่ออื่น : นมพิจิตร มะนอยจ๋า (ภาคเหนือ) กะตอรอ (ปัตตานี)
| |
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : ไม้เถา ลำต้นเป็นร่อง มือเกาะมี 2-3 แขนง ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปกลม หรือคล้ายรูปไต โคนใบเว้าลึกเป็นรูปหัวใจ ขอบใบหยักเป็นซี่และเว้าลึกเป็น 5 แฉก ปลายใบแหลมหรือกลม มีขนทั้งสองด้าน ก้านใบเล็ก ดอกมีการแยกเพศอยู่ต่างต้น ดอกเพศผู้ออกเป็นช่อก้านชูดอกเล็กคล้ายเส้นด้าย มีขนเล็กน้อย กลีบรองกลีบดอกกลีบเชื่อมติดกัน ปลายแยกเป็น 5 กลีบ กลีบดอก 5 กลีบ รูปไข่แกมสามเหลี่ยมมีเส้น 3 เส้นกลีบอยู่ชิดกัน เกสรตัวผู้ 3 อัน รูปทรงกระบอก ดอกเพศเมีย ออกดอกเดี่ยว กลีบรองกลีบดอกและกลีบดอก มีลักษณะเหมือนกันกับดอกเพศผู้ รังไข่รูปยาวรี ท่อรังไข่เล็กเหมือนเส้นด้าย ผลรูปกลมยาว หัวท้ายแหลม สีเขียวมีลายสีขาวตามยาวของผล มีขนสีแดง เมล็ดมี 8-10 เมล็ด รูปขอบขนาน ขอบเป็นคลื่น
ส่วนที่ใช้ : รังบวบขม | |
สรรพคุณ : แพทย์ตามชนบทใช้รังบวบขมฟอกศรีษะแก้รังแค แก้เหาดี
|
พืชสมุนไพร เป็นสิ่งที่อยู่คู่คนไทยมานับพันปีแต่เมื่อการแพทย์แผนปัจจุบันเริ่มเข้ามามีบทบาทในบ้านเราสรรพคุณและคุณค่าของสมุนไพรอันเป็นสิ่งที่เรียกได้ว่าภูมิปัญญาโบราณก็เริ่มถูกบดบังไปเรื่อยๆ และถูกทอดทิ้งไปในที่สุด ความจริงคนส่วนใหญ่ก็พอรู้ๆ กันว่า สมุนไพรไทยเป็นสิ่งที่มีคุณค่าใช้ประโยชน์ได้จริง และใช้ได้อย่างกว้างขวางแต่เป็นเพราะว่าเราใช้วิธีรักษาโรคแผนใหม่มานานมากจนวิชาแพทย์แผนโบราณที่มีสมุนไพรเป็นยาหลักถูกลืม